Category: ดูบอลสด

หลังจาก ดูบอลสด แมทช์ “แดงเดือด” ก็ต้องกร่อยไปตามๆกัน…

เกมแดงเดือดครั้งที่ 199 ที่สนามแอนฟิลด์สิ้นสุดลงด้วยสกอร์ 0-0 ท่ามกลางเสียงพร่ำบ่นจนกระทั่งถึงขั้นดุด่าทอของบรรดาแฟนบอลทั่วทั้งโลกว่า เป็นเกมที่มิได้เดือดหัวร้อนสมชื่อ แถมยังออกไปทางน่ารำคาญอีกด้วย ถ้าได้ดูบอลสด

เอาจริงเอาจังก็จริง เพราะการพบกันระหว่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและก็ลิเวอร์พูลในช่วงยาวนานหลายปีข้างหลังมันก็ไม่ค่อยจะมีอะไรให้เดือดกันสักเท่าใดแล้ว ด้วยเหตุว่าบรรดานักฟุตบอลสมัยเก่าต่างก็โบกไม้โบกมือลากลุ่มไปด้วยวัยที่โรยรา แล้วก็นักฟุตบอลประเภทลูกหม้อของสโมสรของทั้งสองก็แทบจะไม่มีให้มองเห็นกันสักเท่าใดแล้วด้วย

เพียงแค่บังเอิญว่าเกมเมื่อวันเสาร์ก่อนหน้านี้ มันไม่เดือดซะจนถึงจืดจางเกินจะทนดูไปหน่อย แถมยังไม่มีประตูเกิดขึ้นเลยสักตุงอีกต่างหาก มันก็เลยถูกจัดเข้าบัันทึกเป็นหนึ่งในเกม “เร้ด ไฟท์” ที่ไม่มีซึ่งความระทึกใจที่สุดแมทช์นึง

แล้วอะไรล่ะเป็นต้นสายปลายเหตุที่ทำให้แฟนบอลรู้สึกกันไปอย่างนั้นโดยไม่ได้นัดแนะ ?

ภาพจาก ดูบอลสด ผู้จัดการทีมทั้งสองต่างไม่บุกเข้าใส่กัน จึงทำให้คอแทงบอลออนไลน์ ต้องงานกร่อย!!

สิ่งที่ทุกคนเอ่ยถึงเยอะที่สุดหลังจากเกมนั้นก็คงหนีไม่พ้น “รถบัส” คันสวยที่โจเซ่ มูริญโญ่บรรจงขับมาหยุดในพื้นที่ 30 หลาในดินแดนของ “ภูติผีแดง”

ตรงๆจากหัวใจ ผมมั่นใจว่าทุกคนก็คิดกันไว้แล้วล่ะว่า “น้ามู” คงจะตระเตรียมแนวทางเน้นย้ำเกมรับเป็นหลักไว้อยู่แล้ว เพราะเหตุว่านี่เป็นสูตรที่เจ้าตัวชอบใช้ในยามที่จำต้องเล่นกับทีมสโมสรใหญ่ ไม่ว่าจะนั่งจับบังเหียนให้กับสโมสรใดๆก็ตามแต่ มันเป็น “ศาสตร์ลูกหนัง” ที่ผู้จัดการทีมชาวโปรตุกีสถนัดยิ่งนัก

ติดตรงที่เกมนี้ดูบอลสดมาตลอด 90 นาทีมันมองออกมารับแบบประเภทที่ไม่มีทรงจนถึงเกินไป ค่อนข้างที่จะขัดกับสูตรที่จะต้องเป็น เนื่องจากโดยธรรมดาแล้วการเล่นเกมรับ มันควรมีทีเด็ดในหัวข้อการชิงจังหวะสวนกลับยามที่คู่ปรปักษ์ทิ่มบอลหรือเปิดทางให้เข้าจู่โจม แต่ว่าในเกมนี้ โดยเฉพาะช่วงหลัง นักฟุตบอลแมนฯยูฯแทบก้มวิ่งหวดบอลทิ้งลูกเดียวแบบไม่สนใจฟ้าสนก้อนเมฆ ในฐานะแฟนบอลของทีมผีแดงบอกเลยว่า อึดอัดชิบหาย เนื่องจากว่าเล่นอย่างนี้ราวกับ “รอคอยเวลาโดน”

บางบุคคลบางทีก็อาจจะพูดว่า นี่เป็นการบอกให้เห็นถึงเกมรับอันกล้าแกร่ง มีระบบระเบียบวินัย เจาะไม่เข้า มันก็จริงอยู่ แม้กระนั้นเป็นเกมอื่นที่ไม่ใช่เกมในเมอร์ซี่ย์ไซด์

แผงรับของยูไนเต็ดโดยภาพรวมจัดว่าเล่นกันได้ต่ำลงยิ่งกว่ามาตรฐานที่เคยแสดงออกมา มีจังหวะบกพร่องเฉพาะบุคคลและก็ประกบตัวหละหลวมให้มองเห็นเรี่ยราย แถมยังโดนความคล่องตัวสูงของผู้เล่น “หงส์แดง” โจมตีนวดอยู่เนืองๆติดตรงเพียงแค่ว่าทีมเหย้าดันไม่ละเอียดในจังหวะท้ายที่สุดเอง

เกมมันเลยแทบเป็นวันเวย์อยู่ฝ่ายเดียว จนกระทั่งโรเมลู ลูกาเราว้าเหว่อยู่ดินแดนหน้า บอลไปไม่ถึง แถมพอลูกบอลไปถึง ทั้งเป็นจังหวะที่อย่างไรก็จำเป็นต้องใส่สกอร์แน่ๆยังดันยิงไปติดเซฟของซิมงน์ มินญอเล่ต์เสียอีก

ขอเอ่ยถึงจังหวะนี้หน่อย ที่จริงแล้วนี่เป็นต้นแบบที่ มูริญโญ่ คาดหมายว่าทีมแมนยูของเขาจะทำได้หมายถึงการเน้นแผนรับมือแล้วชุบมือเปิบจากจังหวะที่ลิเวอร์พูลบกพร่องโดนตัดบอลในดินแดนตนเอง พิฆาตประตูเข้าไป ทำให้ทีมเหย้าจำต้องเร่งเครื่องอย่างเสียมิได้ แล้วเปิดโอกาสให้จู่โจม แม้กระนั้นมันไม่เป็นอย่างงั้นเพราะเหตุว่า “ความเป็นลูกากู” ซึ่งผมกล่าวถึงประเด็นนี้ตลอดมา

นักเตะวัย 24 ปีมีความแข็งแกร่ง กระฉับกระเฉงและก็สามารถเชื่อมเกมช่วยเพื่อนฝูงได้ แถมยังหาพื้นที่ว่างได้ดี จนกระทั่งสามารถเนรมิตโอกาสให้กับตนเองได้ ทำประตูสม่ำเสมอนับตั้งแต่ย้ายมาเล่นในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด แต่ว่าจุดด้วยที่ยิ่งยวดของเขาเลยก็คือ การไม่ละเอียดสำหรับการปิดสกอร์ เขาชอบเน้นยิงแรงเข้าว่าไว้ก่อนเป็นประจำ กระทั่งจังหวะหลุดไปลำพัง ซึ่งเอาจริงเอาจังนะช่วงนี้ถ้าเกิด ลูกากู หลุดคนเดียวขนาดนั้น ผมมั่นใจว่ามีโอกาสโดนเซฟมากยิ่งเสียกว่ายิงเข้ารวมทั้งคราวนี้มันก่อให้เกิดผลเสียหายต่อแผนของทีมผี

รวมทั้งจากจังหวะนี้เองที่ผมคิดว่ามันทำให้ทางเจอร์เก้น คล็อปป์ระวังเนื้อระวังตัวมากยิ่งขึ้นจนกระทั่งเป็นอีกหนึ่งมูลเหตุที่ทำให้บรรยากาศของเกมมันออกมากร่อยๆอย่างที่คนดูบอลสดทราบๆ กันดี

ภายหลังที่ ลิเวอร์พูล บุกแล้วทำอะไรไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบอลที่ถูกเซฟจ่อๆระยะเผาขนจากลูกยิงโจเอล มาติปที่ดาบิด เด เกอาเพียงใช้ปลายสตั้ดป้องกันบอลเข้าประตูเอาไว้ได้ก่อนเข้าประตูอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งถือได้ว่าเป็นซีนที่สุดยอดจริงๆรวมทั้งเป็นอีกรอบที่นายทวารชาวสแปนิชช่วยทีมผีแดงเอาไว้ได้(รอบที่เท่าไรและก็ไม่ทราบ ฮาๆๆ) ก็เลยทำให้ คล็อปป์ เองระวังเนื้อระวังตัวมากยิ่งขึ้นในช่วงหลัง ยิ่งรู้อยู่แล้วเพราะ เกมรับของตนรั่ว ก็เลยมิได้สั่งให้ทีมบุกแบบเต็มกำลัง ทั้งๆที่ครอบครองเกมไว้ได้ตลอดทั้งเกม

มันเลยกลายเป็นเกมที่ฝั่งหนึ่งบุกแต่ว่าไม่เต็มสตรีม ส่วนอีกฝั่งก็รับแบบบัสจอดไม่มีสวน ความเอ็นเตอร์เทรนก็เลยไม่เกิดขึ้นในแมทช์นี้

ช่วงท้ายเกมยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงเลย ถ้าคนที่ดูบอลสดจะมองเห็นแล้วว่า “หงส์แดง” ไม่เปิดเกมฝ่าดงแหลกแน่ๆ ด้วยเหตุว่าคล็อปป์เปลี่ยนแปลงนักเตะตามตำแหน่ง มิได้ใส่ตัวรุกเพิ่มเติม ทาง “ภูติผีแดง” ก็รับแบบเต็มหน้าประตู 11 คน เน้นย้ำว่าวันนี้ตรูจะเอาแต้มแน่นอนๆ

ในความเป็นจริงแล้วผมว่าถ้าเกิดทาง ลิเวอร์พูล มีหน้าคมๆตัวเก่งอย่างซาดิโอ มาเน่อยู่พวกเขาอาจมีทีเด็ดที่มากกว่านี้ก็เป็นได้เช่นกันถ้าหากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมีปอล ป็อกบาพวกเขาก็คงจะมีจังหวะวางยาวสวนกลับงามๆหรือครองเกมได้บ้าง

แม้กระนั้นสิ่งที่กล่าวไปก็มิได้เกิดขึ้นรวมทั้งคำตอบก็คือการแบ่งแต้มกันไปแบบจืดชืดๆ

ก็ได้แต่วาดฝันไว้ว่า แดงเดือด คราวต่อไปทั้งคู่นี้จะมีตัวทีเด็ดกลับมาใน 11 ผู้เล่นที่ยืนอยู่บนสนาม แผนการที่มีในมือของผู้จัดการทีมทั้งสองฝ่ายจะได้มากเพิ่มขึ้น

บางทีก็อาจจะไม่ต้องถึงกับขนาดเดือดเลือดร้อนและวุ่นวาย…

แม้กระนั้นเอาว่าเพียงแค่ดูบอลสดแล้วสนุกและก็ตื่นเต้นกว่านี้เป็นพอแล้วล่ะนะครับ …

สนับสนุนการวิเคราะห์บอลถหลังดูบอลสดหลังเกมโดยเว็บพนันบอลออนไลน์ 88betonline ที่จัดโปรแทงบอลออนไลน์ให้กับผู้ที่สมัครสมาชิกใหม่เมื่อฝากเงินครั้งแรก 100% และจ่ายออกสูงสุดในปััจจุบัน 21,000 บาท